เมื่อหลายวันก่อน  พ่อผมไปเปิดประตูเข้ามาที่ห้องผมเพื่อให้ผมช่วยสอนเล่นFacebook กับ Twitter ทั้งๆที่ร้อยวันพันปี เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศที่พ่อยอมเปิดรับก็มีแค่การเช็คเมล์และใช้กูเกิ้ลเท่านั้น ไม่มีทางที่พ่อจะสนใจพวกSocial Networkเป็นอันขาด

      ผมจึงถามว่า “นึกยังไงถึงอยากเล่นพวกนี้ล่ะพ่อ

      พ่อตอบว่า “พ่ออยากคุยกับอภิสิทธิ์

      ผมประหลาดใจ “อภิสิทธิ์เกี่ยวอะไรด้วยครับ

      พ่อยิ้ม “ก็ตอนนี้ท่านเล่น Facebook กับ Twitterนี่ลูก

      ถึงจะไม่ค่อยชอบใจที่พ่ออยากรู้เรื่องพวกนี้เพียงเพื่อจะได้พูดคุยกับอภิสิทธิ์ (เฉพาะเรื่องอภิสิทธิ์เท่านั้นที่ผมมักคิดสวนทางกับพ่อ) แต่สุดท้ายผมก็สอนให้พ่อจนท่านเล่นเป็นด้วยตัวเอง

      ในขณะเดียวกัน ผมก็อดไม่ได้ที่จะไป add ชื่ออภิสิทธิ์ รวมทั้งนักการเมืองคนอื่นๆที่พ่อบอกว่า Facebook กับ Twitter ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่ามันเป็นยังไง 

      เรื่องทัศนคติที่มีต่ออภิสิทธิ์ ขอข้ามไป เพราะไม่ใช่ประเด็น สำหรับประเด็นที่ผมจะเล่าก็คือ การที่นักการเมืองหันมาใช้สื่ออินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่

      แรกๆผมก็รู้สึกเฉยๆ  แต่เมื่อมาคิดโดยภาพรวม ผมคิดว่านั่นคือผลดีสำหรับประชาชนทั่วไป

      เพราะการที่นักการเมืองที่อยู่ในฐานะ “ของขึ้นหิ้ง” สำหรับประชาชน ได้ลดเพดานบินลงให้ประชาชนสามารถเข้าถึง แต่ต้องจับต้องได้มากขึ้น

      สื่ออินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ช่องว่างระหว่างประชาชนกับนักการเมืองเริ่มน้อยลง  ประชาชนและนักการเมืองสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันง่ายยิ่งขึ้น

      ต่างจากเมื่อสมัยก่อน ที่ประชาชนจะเข้าถึงได้แค่ข่าวจากทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ และนักการเมืองก็รู้ฟีดแบ็คจากประชาชนได้เพียงแค่ทำโพลล์สำรวจเท่านั้น

      สื่อทีวี  วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ยังสามารถูกอำนาจมืดสั่งปิดได้ แต่การที่มีคนทั่วไป เข้ามาพูดคุยกันในกระดานข่าว ส่งtwitter หรือ chat msn เขียนบล๊อก แม้แต่ทำ video ล้อเลียน เป็นการสื่อสารหลายทาง ซึ่งใครๆก็สามารถเขียน และบอกเล่าเรื่องราวที่อยากจะสื่อได้ การเข้าถึงและแสดงความเห็นจะเป็นเสรีเกินกว่าที่จะจำกัดให้เป็นแค่ ผู้ชม ผู้ฟัง หรือผู้อ่านเพียงอย่างเดียว

      เพราะพวกเขาไม่สามารถบล๊อกเว็บได้ทุกเว็บ หรือ msn หรือ twitter ได้ตามต้องการ หรือถ้าจะทำ ก็คงต้องเจอกับคนเป็นสิบๆ ล้านคนที่พร้อมจะออกมาต่อต้านและเรียกร้องสิทธิให้แก่ตนเอง

      เมื่อสื่ออินเตอร์เน็ต เปิดช่องทางให้ประชาชนได้เข้าหานักการเมืองได้โดยง่าย  นั่นแปลว่า ประชาชนจะมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางด้านการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม นอกเหนือจากนั่งถกประเด็นกับคนในกลุ่มกันเองในสภากาแฟ ซึ่งนักการเมืองไม่สามารถรับรู้ถึงฟีดแบ็คในนั้นได้

      ในขณะเดียวกัน (หรืออาจจะเป็นในอนาคต) นอกจากสื่ออินเตอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือสำหรับหาเสียงและแสดงจุดยืนนโยบายของนักการเมืองแล้ว ยังอาจจะเป็นบริบทบังคับนักการเมืองทางอ้อมด้วยว่า นักการเมืองควรจะมีสื่ออินเตอร์เน็ตของตัวเอง และต้องอัพเดดการทำงานของตัวเองให้ประชาชนทราบว่า จะไปทำอะไร ทำที่ไหน ดำเนินการถึงไหนแล้ว

      และนั่นอาจเป็นนิมิตรหมายที่ดีของการเมืองบ้านเราก็ได้

edit @ 9 Sep 2009 14:38:46 by BZ Man

edit @ 9 Sep 2009 14:39:17 by BZ Man

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก